Homeความงามวิธีสครับผิว...ขัดผิวหน้าและผิวกายที่หมองคล้ำให้ขาวใสอย่างถูกวิธี

วิธีสครับผิว…ขัดผิวหน้าและผิวกายที่หมองคล้ำให้ขาวใสอย่างถูกวิธี

ใครที่รู้สึกว่าผิวไม่สดใส หมองคล้ำ แห้งกร้าน การสครับผิวหรือการขัดผิวนั้นช่วยได้ เพราะเป็นการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิว ทำให้ผิวผลัดเซลล์ผิวใหม่ได้ง่ายขึ้น สดใสขึ้น แต่ทั้งนี้การขัดผิวก็ต้องทำให้ถูกวิธี ซึ่งผิวหน้ากับผิวกายก็ต้องการการสครับที่ต่างกัน

วิธีสครับผิว ขัดผิวหน้าและผิวกาย

ทำไมต้องสครับผิว ขัดผิว?

1. เพื่อให้การผลัดเซลล์ผิวใหม่ง่ายขึ้น

ถ้าผิวมีความแห้งกร้าน การผลัดเซลล์ผิวก็จะยากขึ้น และเมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วอุดตันก็จะทำให้รูขุมขนอุดตันแล้วเกิดสิวได้ ซึ่งการสครับจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรก ทำให้การผลัดเซลล์ผิวใหม่ง่ายขึ้น ผิวกระจ่างใส

2. เพิ่มการไหลเวียนเลือด

การสครับขัดผิวจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น

3. ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย

การสครับจะช่วยให้ผิวเรียบเนียน นุ่มชุ่มชื้น ซึ่งทำให้การเกิดริ้วรอยลดน้อยลง

4. ช่วยให้ผ่อนคลาย

การสครับเป็นการนวดผิวอย่างอ่อนโยน ยิ่งขัดด้วยเนื้อสครับที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นหอม ก็จะยิ่งทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น

วิธีการสครับผิว ขัดผิว

วิธีสครับผิว ขัดผิวหน้า

ผิวหน้า

1. ก่อนสครับต้องดูว่าเป็นผิวประเภทไหน

ผิวหน้าจะมีลักษณะผิวดังนี้ คือ ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม และผิวธรรมดา (วิธีการดูว่าผิวเป็นแบบไหน) โดยต้องเลือกสครับที่เหมาะกับผิวหน้า เช่น ถ้าผิวหน้ามัน การเลือกสครับที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสมจะยิ่งทำให้หน้ามันยิ่งขึ้น

2. ทดสอบการแพ้ก่อนใช้

เพราะผิวหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยวิธีทดสอบให้นำมาขัดที่บริเวณหลังมือหรือท้องแขนประมาณ 5-10 นาที ถ้าไม่รู้สึกแสบหรือผิดปกติแปลว่าไม่แพ้ สามารถใช้สครับกับหน้าได้

3. สครับผิวเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ถ้าขัดผิวบ่อยเกินไป ก็อาจทำให้หน้าแห้ง และเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร

4. เลือกใช้สครับสำหรับผิวหน้า

เนื่องจากสครับผิวกายมีเนื้อที่หยาบกว่า เม็ดสครับใหญ่กว่า ไม่เหมาะกับการใช้ที่ผิวหน้าที่มีความบอบบางมากกว่า เพราะอาจเกิดรอยถลอก หรือเป็นการทำร้ายผิวทางอ้อม

5. สครับให้ถูกวิธี

การสครับผิวหน้าห้ามขัดแรงๆ เด็ดขาดเพราะจะทำให้ผิวหน้าเกิดความเสียหาย วิธีที่ถูกต้องคือ ผสมกับน้ำให้เข้ากันแล้วนำมานวดถูเบาๆ เป็นวงกลมบริเวณแก้ม แล้วไล่ไปให้ทั่วใบหน้า เน้นบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง เพราะจะช่วยขจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขนได้ ทำเช่นนี้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก

6. สครับช่วงกลางคืน

การฟื้นฟูและผลัดเซลล์ผิวหน้าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางคืนที่เรานอนหลับพักผ่อน ดังนั้นการสครับช่วงก่อนนอนจะทำให้ได้ประสิทธิภาพดีกว่าสครับตอนกลางวัน

7. บำรุงผิวหลังการสครับ

การสครับจะทำให้ความชุ่มชื้นของผิวลดลง ดังนั้นควรบำรุงด้วยครีม หรือเซรั่มหลังการขัดผิวด้วย

8. หลีกเลี่ยงการโดนแดด

หลังสครับ ผิวหน้าจะบางลง ถูกทำร้ายด้วยแสงแดดได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผิวหมองคล้ำ หรือเกิดฝ้ากระได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการโดนแดด หรือถ้าจำเป็นต้องโดนแดดควรทาครีมกันแดดป้องกัน

วิธีสครับผิว ขัดผิวกาย

ผิวกาย

1. เลือกสครับที่เหมาะกับผิว

ผิวกายก็ไม่ต่างจากผิวหน้าที่ต้องเลือกสครับให้เหมาะสม เช่น ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวธรรมดา

2. อาบน้ำก่อนสครับผิว

การขัดผิวโดยลงเนื้อสครับบนผิวแห้งๆ เลยจะทำให้การสครับยาก และยังเป็นการทำร้ายผิวด้วย ดังนั้นควรอาบน้ำให้ผิวเปียกเสียก่อน หรือผสมน้ำในเนื้อสครับแล้วค่อยขัดผิว

3. นวดให้ถูกวิธี

วิธีการสครับผิวกายก็ไม่ต่างจากผิวหน้า คือนวดเป็นวงกลมอย่างอ่อนโยน โดยเฉพาะส่วนที่ผิวบอบบางให้ระวังเป็นพิเศษ เช่น คอ แต่ถ้าเป็นส่วนที่ผิวหนังหนา เช่น ข้อศอก หัวเข่า สามารถลงน้ำหนักมากขึ้นได้ โดยไล่ไปให้ทั่วร่างกาย ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที

4. อาบน้ำหลังสครับ

หลังสครับผิว ให้อาบน้ำล้างสครับออกด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรทิ้งสครับไว้บนร่างกายนานๆ เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้

5. ทาครีมบำรุงหลังสครับ

หลังการสครับ ผิวจะเปิดรับการบำรุงเต็มที่ เหมาะกับการทาครีมบำรุงผิวอย่างพวกมอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือเซรั่ม เพื่อบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปหลังสครับด้วย

ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์สครับผิวมีมากมายหลายแบบหลายยี่ห้อ สามารถเลือกตามความชอบได้เลย แต่ควรอ่านผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ให้ละเอียด เพื่อให้ได้สครับที่เหมาะกับประเภทผิว ไม่ทำให้ขัดแล้วผิวแห้ง เป็นรอยแดง และควรทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้สักครั้งเพื่อดูว่าแพ้หรือไม่

Lifestyleissue
Lifestyleissue
อัปเดตบทความไลฟ์สไตล์ดีๆ มีประโยชน์ และสาระน่ารู้แบบรอบด้าน

บทความล่าสุด