Homeสุขภาพสรรพคุณของเก๋ากี้ (โกจิเบอร์รี่)…รับประทานอย่างไรให้ปลอดภัย?

สรรพคุณของเก๋ากี้ (โกจิเบอร์รี่)…รับประทานอย่างไรให้ปลอดภัย?

สำหรับคนที่ชอบรับประทานเมนูสูตรตุ๋นยาจีน คงเคยเห็นผลไม้อบแห้งเม็ดเล็กๆ อยู่ในน้ำซุป นั่นคือเม็ดเก๋ากี้ หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่าโกจิเบอร์รี่ ซึ่งรูปแบบผลไม้อบแห้งสำหรับปรุงในอาหารเป็นรูปแบบที่เห็นบ่อยที่สุด กับอีกแบบคือเป็นอาหารเสริมสำหรับบำรุงสายตา แต่นอกจากนี้แล้วเก๋ากี้ยังสามารถบริโภคในรูปแบบอื่นๆ ได้อีก และมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย


เก๋ากี้คืออะไร?

เก๋ากี้ หรือ โกจิเบอร์รี่ (Goji Berry) หรือ วูลฟ์เบอร์รี่ (Wolfberry) คือ สมุนไพรจีนที่เป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ มีลักษณะเป็นผลไม้เม็ดเล็กๆ สีแดงสดรูปทรงคล้ายไข่แต่รีกว่า หลักฐานตามบันทึกทางประวัติศาสตร์มีการใช้เก๋ากี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในยาจีนแผนโบราณมานานกว่า 2,000 ปี

เก๋ากี้มีคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดในโลก เพราะประกอบด้วยกรดอะมิโนและแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการหลายชนิด และมีวิตามิน C สูงกว่าส้มถึง 500 เท่า ทำให้มีสารแอนติออกซิแดนซ์ (Antioxidant) คุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในโลก และมีวิตามินอื่นๆ อย่างวิตามิน A, B1, B2, B6 และวิตามิน E ที่ช่วยปรับความดันโลหิตและฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลาย

เก๋ากี้ที่นิยมบริโภคและเห็นกันบ่อยคือเก๋ากี้อบแห้ง ซึ่งมี 2 แบบคือแบบผลยังไม่แก่ เมื่ออบแล้วมักมีสีส้ม นิยมนำไปปรุงเป็นยาหรือปรุงในน้ำซุป กับอีกแบบคือผลแก่จัด อบแล้วเป็นสีแดงอมส้ม รสชาติหวานอมเปรี้ยวจึงนำมารับประทานเล่น หรือทำขนมอย่างน้ำปั่นและแยม นอกจากนี้ยังมีเก๋ากี้แบบผงที่นำมาชงดื่มเป็นชา กับเก๋ากี้สกัด สามารถนำมาชงดื่มหรือใส่ในน้ำผลไม้ต่างๆ ได้

เก๋ากี้มีสรรพคุณอย่างไร?

1. รักษาระดับน้ำตาลในเลือด

เก๋ากี้มีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือด เพิ่มระดับคอเลสเตอรอล HDL และช่วยเสริมสร้างเซลล์ที่ช่วยในการสร้างอินซูลิน

2. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

เก๋ากี้มีไฟซาลินและโพลีแซคคาไรด์ที่ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยโรคมะเร็งเมื่อรับประทานเก๋ากี้แล้วมีการตอบสนองต่อการรักษาดีขึ้น

3. ช่วยในการลดน้ำหนัก

เก๋ากี้มีไฟเบอร์สูง ทำให้อิ่มท้องนาน และมีแคลอรี่กับระดับน้ำตาลน้อย

4. ช่วยในการมองเห็น

เก๋ากี้มีวิตามิน A และสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ช่วยในการมองเห็น และช่วยลดการเสื่อมสภาพของดวงตาจากรังสียูวี

5. เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย

ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่สำคัญในการเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศและการสร้างอสุจิที่แข็งแรง

6. ดีต่อผิวพรรณ

เก๋ากี้มีวิตามินซีสูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระมาก ทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่นช้าลง และป้องกันผิวถูกทำร้ายจากรังสียูวีในแสงแดด มลภาวะต่างๆ

7. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

วิตามินในเก๋ากี้โดยเฉพาะวิตามินซีจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ป้องกันโรคหวัดได้ดี และต้านทานอาการอักเสบและอาการปวดต่างๆ เช่น การปวดข้อ การปวดตามกระดูก ได้ดี

8. ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้า

การรับประทานเก๋ากี้ช่วยลดอาการวิตกกังวล อาการเครียดได้ดี

รับประทานเก๋ากี้อย่างไรให้ปลอดภัย?

1. ปริมาณในการบริโภค

  • แบบผลอบแห้ง : 15-20 กรัม ต่อวัน
  • แบบบดแห้ง : 10-15 กรัม ต่อวัน
  • แบบสกัดเข้มข้น : 2-3 กรัม ต่อวัน

2. ผู้ที่ไม่ควรบริโภค

  • ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานยาลดน้ำตาลในเลือดอยู่แล้ว
  • ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ผู้ที่ต้องได้รับการผ่าตัด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกเพิ่มขึ้น
  • ผู้มีความดันเลือดต่ำ เพราะอาจทำให้ความดันเลือดต่ำกว่าเดิม
  • สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร เพราะมีสาร Betaine ที่อาจทำให้เกิดภาวะแท้งบุตร
  • มีภูมิแพ้ต่อผลไม้ เช่น แพ้พืชตระกูล Solonaceae อย่างมันฝรั่ง มะเขือเทศ

3. ผลข้างเคียง

ถ้าบริโภคเก๋ากี้ในปริมาณมากและต่อเนื่องยาวนาน อาจทำให้คลื่นไส้และอาเจียนได้ ให้หยุดบริโภคสักระยะ

เก๋ากี้หรือโกจิเบอร์รี่นั้นเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูงมากจึงนิยมนำมาประกอบอาหารสูตรตุ๋นยาจีน ขณะเดียวกันก็นำมากินเล่นได้ แต่ถ้าต้องการรับประทานทุกวันเพื่อเป็นยาบำรุงร่างกายและป้องกันโรค ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อจะได้ตรวจเช็คว่าร่างกายของเราเหมาะกับการรับประทานเก๋ากี้หรือไม่

Lifestyleissue
Lifestyleissue
อัปเดตบทความไลฟ์สไตล์ดีๆ มีประโยชน์ และสาระน่ารู้แบบรอบด้าน

บทความล่าสุด