Homeช้อปปิ้งเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศแบบไหนดีที่เหมาะกับอากาศร้อนอย่างบ้านเรา

เลือกซื้อเครื่องปรับอากาศแบบไหนดีที่เหมาะกับอากาศร้อนอย่างบ้านเรา

เป็นที่ทราบกันดีว่าสภาพภูมิอากาศในบ้านเรานั้นค่อนข้างร้อน…ถึงร้อนมาก ทำให้ความต้องการใช้งานเครื่องปรับอากาศนั้นมีสูงขึ้นตามไปด้วย แล้วจะเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศอย่างไรให้เหมาะกับบ้านเรา? อย่างแรกเลยควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะนอกจากจะทำให้เราได้เครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังจะช่วยเราประหยัดเงินได้อีกด้วย

ประเภทของเครื่องปรับอากาศ

ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศที่ใช้กันอยู่ทั่วไปตามบ้านเรือน และอาคารสำนักงานนั้นจะมีอยู่หลากหลายประเภท ได้แก่ เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง แบบตั้งหรือแขวน แบบตู้ตั้ง แบบฝังเพดาน แบบหน้าต่าง และแบบเคลื่อนที่ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อ คือ การเลือกประเภทของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมต่อการใช้งานและพื้นที่ในการติดตั้ง สำหรับที่อยู่อาศัยธรรมดา ก็นิยมใช้เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง

คุณสมบัติโดยทั่วไปของเครื่องปรับอากาศ

การออกแบบและผลิตเครื่องปรับอากาศในปัจจุบันนั้นมีประสิทธิภาพและมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดีไซน์ ทำงานเงียบ สามารถถอดทำความสะอาดได้ง่ายไม่มีความซับซ้อน การทำความเย็นได้เร็วขึ้น การประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นพิเศษ เช่น การกรองฝุ่นละอองที่เป็นอันตรายในอากาศ มีเซ็นเซอร์ตรวจจับผู้ใช้งาน เป็นต้น ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เครื่องปรับอากาศในแต่ละรุ่นมีราคาที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราสามารถเลือกฟังก์ชั่นเท่าที่จำเป็นเพื่อช่วยประหยัดเงินได้

ประหยัดไฟยิ่งขึ้นด้วยระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter)

เครื่องปรับอากาศที่มีระบบแอร์อินเวอร์เตอร์ (Inverter) นั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยมีข้อดี คือจะช่วยให้ประหยัดไฟได้มากถึง 30% เนื่องจากระบบของคอมเพรสเซอร์จะสามารถลดรอบความถี่ของการทำงานลงได้ เมื่ออุณหภูมิห้องถึงจุดที่ต้องการ ระบบจะลดรอบการทำงานลง จึงทำให้สามารถประหยัดไฟได้มาก ทำให้การติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบมีระบบอินเวอร์เตอร์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในปัจจุบัน

การเลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศสักเครื่องนั้น สิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ ขนาดของห้อง เพราะจะทำให้ง่ายต่อการเลือกขนาดของแอร์ และการคิดค่า BTU เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานและช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่ง BTU นี้ก็คือขนาดทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ เช่น 1 ตันความเย็น จะเท่ากับ 12000 BTU ต่อชั่วโมง เนื่องจากมีผลต่อการประหยัดพลังและอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศนั่นเอง

นอกจากนี้ก็ควรพิจารณาด้วยว่าห้องนั้นโดนแดดมากน้อยเพียงใด เพราะถ้าห้องมีความร้อนสูง ก็ต้องเลือกเครื่องปรับอากาศที่มี BTU สูงกว่าขนาดปกติ เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักจนเกินไป นอกจากจะทำความเย็นไม่ได้ตามต้องการแล้ว ยังทำให้เครื่องเสียเร็วอีกด้วย

การดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศก็ช่วยประหยัดไฟได้เช่นกัน

สำหรับวิธีการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ตั้งค่าอุณหภูมิภายในห้องให้เหมาะกับการใช้งานโดยทั่วไปจะอยู่ที่ค่าประมาณ 25-26 องศาเซลเซียส ควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศสม่ำเสมอจะช่วยประหยัดไฟได้ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และควรให้ช่างมาดูแลตรวจสภาพและล้างเครื่องปรับอากาศทุก 4 – 6 เดือนต่อครั้ง 

Lifestyleissue
Lifestyleissue
อัปเดตบทความไลฟ์สไตล์ดีๆ มีประโยชน์ และสาระน่ารู้แบบรอบด้าน

บทความล่าสุด