Homeการงานทองรูปพรรณ VS ทองคำแท่ง...อยากลงทุนทองคำ ควรเลือกซื้อแบบไหนดี?

ทองรูปพรรณ VS ทองคำแท่ง…อยากลงทุนทองคำ ควรเลือกซื้อแบบไหนดี?

ทองคำเป็นโลหะอย่างหนึ่งที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ แข็งแรง ทนทาน ใช้เป็นเครื่องประดับหรือมอบเป็นของขวัญก็ได้ และยังเป็นทรัพย์สินที่สามารถเก็บไว้ได้ในระยะยาว ดังนั้นทองจึงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมและอยู่คู่กับคนไทยมานาน ทั้งทองรูปพรรณ และทองคำแท่งถ้าคิดอยากลงทุนในทองคำล่ะก็…ไปดูกันดีกว่าว่าทองแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะกับการลงทุนมากกว่ากัน

ทองรูปพรรณ

ทองรูปพรรณคืออะไร?

ทองรูปพรรณ คือทองที่นำมาเป็นเครื่องประดับสำหรับสวมใส่ เช่น สร้อย กำไลข้อมือ ทำให้มีราคาค่ากำเหน็จ ซึ่งเป็นค่าแรงในการทำลวดลายรวมกับค่าทองด้วย แต่เวลานำไปขายจะได้ราคาขายคืนต่ำกว่าราคาซื้อ เพราะไม่ได้รวมค่ากำเหน็จลงไปด้วย รวมถึงยังถูกหักค่าน้ำหนักน้ำประสานทอง ที่เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมรอยต่อของทองรูปพรรณ จึงไม่เหมาะสำหรับการลงทุนนัก เหมาะกับการซื้อมาใส่เป็นเครื่องประดับเพื่อความสวยงาม หรือเพื่อแสดงฐานะ และใช้สำหรับการออมเงิน

ทองรูปพรรณสามารถหาซื้อได้จากร้านทองทั่วไป แต่เพื่อให้ได้ทองที่มีมาตรฐาน ต้องเป็นร้านทองที่เป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย โดยดูได้จากใบสำคัญแสดงความเป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำที่หน้าร้าน อย่างเช่น ห้างทอง เอ เอ เยาวราช หรือถ้าต้องการทราบรายชื่อร้านที่ผลิตทองรูปพรรณเอง และผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่าเป็นทองรูปพรรณ 96.5% สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ

การซื้อทองจะได้รับใบรับประกันที่ระบุน้ำหนัก และยี่ห้อทองเอาไว้ เวลาที่ต้องการขาย การใช้ใบรับประกันจะทำให้ตรวจสอบง่ายและน่าเชื่อถือมากขึ้น

ข้อดีของทองรูปพรรณ

  1. สวมใส่เป็นเครื่องประดับเพื่อความสวยงาม
  2. สวมใส่เป็นเครื่องประดับเพื่อแสดงฐานะ
  3. มีราคาเริ่มต้นไม่สูงมากนัก สามารถซื้อไว้เก็บออมได้

ข้อเสียของทองรูปพรรณ

  1. ต้องเสียค่ากำเหน็จเมื่อซื้อและไม่ได้คืนเมื่อขาย
  2. เมื่อนำไปขายจะถูกค่าน้ำหนักน้ำประสานทองประมาณ 5% ของราคาขาย
  3. เมื่อสวมใส่แล้วจะสึกหรอ ทำให้ราคาต่ำลง
  4. เมื่อขายคืนคนละร้านกับที่ซื้อมา จะถูกกดราคา
ทองคำแท่ง

ทองคำแท่งคืออะไร?

ทองคำแท่ง คือทองที่ผลิตออกมาในรูปแบบบล็อกสี่เหลี่ยม จึงไม่มีค่ากำเหน็จ แต่อาจมีค่าบล็อกแทน โดยสามารถแบ่งทองคำแท่งได้ 2 แบบ

  1. ทองคำแท่งแบบมีค่าบล็อค คือ ทองคำแท่งน้ำหนักน้อยกว่า 5 บาท เช่น  1 กรัม, 1 สลึง และ 2 บาท เป็นต้น มีลวดลายต่างๆ เช่น ลายมังกร ลายวันพิเศษต่างๆ อย่างวันพ่อ วันแม่ เหมาะสำหรับการซื้อเป็นของขวัญ
  2. ทองคำแท่งแบบไม่มีค่าบล็อค คือ ทองแท่งที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 5 บาท ขึ้นไปจนถึงน้ำหนักกิโลกรัม ไม่มีลวดลายสวยงาม ถ้ามีอาจเป็นโลโก้ร้าน นิยมซื้อเก็บเพื่อการลงทุน

การซื้อทองคำแท่ง มีช่องทางการซื้อที่หลากหลาย ดังนี้

  1. ร้านทอง โดยต้องเป็นร้านทองที่ได้รับการรองรับมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงจะมั่นใจได้ว่าทองที่จะซื้อเป็นทองที่มีมาตรฐาน 96.5% ซึ่งการซื้อทองจากร้านทองจะสามารถได้เห็นและได้สัมผัสของจริง
  2. เว็บไซต์ขายทอง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อที่ร้าน และมีโปรโมชั่นรวมทั้งข่าวสารต่างๆ ให้ติดตาม
  3. ระบบเทรดออนไลน์ สามารถซื้อขายทองคำแท่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามราคาทองที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
  4. ออมทองรายเดือน คือการทยอยซื้อทองแบบรายเดือน ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันทุกเดือน แต่ก็สามารถซื้อได้ตามราคาทองในขณะนั้น คือ ถ้าราคาทองลง ก็จะซื้อได้มากนั่นเอง จนเมื่อสามารถซื้อทองได้ตามจำนวนที่ต้องการก็สามารถไปเบิกทองคำมาเป็นทรัพย์สินของตนเองได้

ข้อดีของทองคำแท่ง

  1. ไม่เสียค่ากำเหน็จ
  2. เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อการลงทุน
  3. เหมาะสำหรับการซื้อเป็นของขวัญ

ข้อเสียทองคำแท่ง

  1. ต้องระวังในการเก็บรักษา เช่น เก็บในตู้เซฟ ฝากธนาคาร
  2. สวมใส่เพื่อความสวยงามหรือแสดงฐานะไม่ได้

อยากลงทุนทองคำ ควรเลือกซื้อทองแบบไหนดี?

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าทองคำแท่งเหมาะสำหรับการลงทุนมากกว่า เพราะนอกจากไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จ ค่าสึกหรอ หรือถูกหักน้ำหนักน้ำประสานทองประมาณ 5% ของราคารับซื้อคืนแบบทองรูปพรรณแล้ว ค่าบล็อกสำหรับทองคำแท่งที่มูลค่าไม่ถึง 5 บาทก็ยังมีราคาถูกกว่าค่ากำเหน็จมาก การลงทุนในทองคำเป็นสิ่งที่คุ้มค่า ความเสี่ยงน้อย แต่ทั้งนี้ถ้าจะขายให้ได้กำไรมากก็ต้องดูจังหวะราคาขึ้นลงของทองให้ดี โดยสามารถเช็คราคาทองคำวันนี้ ราคาล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Lifestyleissue
Lifestyleissue
อัปเดตบทความไลฟ์สไตล์ดีๆ มีประโยชน์ และสาระน่ารู้แบบรอบด้าน

บทความล่าสุด