Homeท่องเที่ยว10 ประเทศน่าเที่ยวในอาเซียน เที่ยวประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ ที่ไหนดี?

10 ประเทศน่าเที่ยวในอาเซียน เที่ยวประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ ที่ไหนดี?

ปัจจุบันการไปเที่ยวต่างประเทศเป็นเรื่องที่นิยมมาก เพราะการเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น ใครที่กำลังอยากเที่ยวในประเทศที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรม โบราณสถานต่างๆ และมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกล เพราะการเที่ยวประเทศในอาเซียนแถบเพื่อนบ้านเรานั้น มีที่เที่ยวครบถ้วนดังที่กล่าว ไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละประเทศมีอะไรน่าสนใจบ้าง

ประเทศน่าเที่ยวในอาเซียน

ประเทศพม่า

1. ประเทศพม่า

ประเทศพม่า มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าหรือสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พูดถึงพม่าแล้ว หลายคนคงนึกถึงเมืองเก่าแก่ โบราณสถานต่างๆ เหมาะกับคนที่ชอบท่องเที่ยวและสำรวจสถาปัตยกรรมเก่าแก่อย่างมาก โดยแลนด์มาร์กสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยของพม่าคือ มหาเจดีย์ชเวดากอง ที่เมืองย่างกุ้ง เป็นเจดีย์ใหญ่โตสีทองอร่ามที่งดงามมากยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดิน แต่ถ้าใครอยากจะชมโบราณสถานของพม่าให้จุใจ ต้องไม่พลาดเยี่ยมชมเมืองพุกามที่มีสมญานามว่า “เมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์” แล้วขึ้นบอลลูนไปชมทิวทัศน์รอบเมืองได้เลย

นอกจากนี้แล้วพม่ายังมีเมืองเก่าแก่อีกแห่งที่น่าสนใจก็คือ เมืองมัณฑะเลย์ ที่เป็นที่ตั้งของพระราชวังมัณฑะย์ สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง โดยรอบกำแพงพระราชวังเป็นบ้านเรือน ตลาด โรงงานและร้านค้าต่างๆ เหมาะกับการเที่ยวชม ซึ่งสถานที่ที่แนะนำคือ วัดชเวนันดอร์ที่สร้างจากไม้สักทอง, มัณฑะเลย์ฮิลล์ ภูเขากลางเมืองมัณฑะเลย์, วัดพระมหามัยมุนี ที่ประดิษฐานของพระมหามัยมุนี พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพม่า, สะพานไม้สักอูเบ็ง สะพานที่สร้างจากไม้สักความยาว 2 กิโลเมตร ถือได้ว่ายาวที่สุดในโลกทีเดียว มีเส้นทางทอดข้ามทะเลสาบตองตะมาน และเจดีย์ชินพิวเมหรือเมียะเต็งดาน เจดีย์สีขาวตั้งอยู่บนฐาน 7 ชั้น มีสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งอิรวดี”

ประเทศลาว

2. ประเทศลาว

ประเทศลาว หรือชื่อเต็มว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศบ้านพี่เมืองน้องของไทย มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมเฉพาะตัวที่เปี่ยมเสน่ห์ ทั้งยังมีหลายแห่งที่คงวิถีชีวิตแบบชาวบ้านดั้งเดิม ทำให้บ้านเมืองดูเป็นมิตร น่ารักน่าไปเยือนไม่น้อย โดยเมืองที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมคือ เมืองวังเวียง ซึ่งได้ฉายาว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองลาว เพราะมีทั้งถ้ำ ภูเขา แม่น้ำ ผืนป่า กิจกรรมที่พลาดไม่ได้ของวังเวียงก็คือลงเล่นน้ำในบลูลากูน ซึ่งเป็นสระน้ำสีฟ้างดงาม เที่ยวถ้ำทั้งถ้ำจัง ถ้ำช้าง ลอดห่วงยางลอดถ้ำน้ำ ล่องแก่งในแม่น้ำซอง หรือใครอยากเห็นทิวทัศน์มุมสูงก็มีบอลลูนให้ขึ้นชมด้วยนะ

ใครเที่ยววังเวียงครบแล้ว อีกเมืองที่ห้ามพลาดคือเมืองหลวงพระบาง เมืองเล็กๆ วิถีสโลว์ไลฟ์ มีร้านกาแฟลาวอร่อยๆ ให้นั่งจิบเพลินๆ มากมาย รวมทั้งวัดวาอารามให้ไปสักการะบูชา เช่น วัดเชียงทองที่มีสถาปัตยกรรมแบบล้านช้าง วัดใหม่สุวรรณภูมาราม เป็นต้น และอีกสถานที่ที่ควรไปคือพระราชวังหลวงพระบาง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระบาง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางนั่นเอง

ประเทศกัมพูชา

3. ประเทศกัมพูชา

ประเทศกัมพูชา หรือชื่อทางการว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประเทศในอาเซียนอีกประเทศที่เต็มไปด้วยโบราณสถานมากมาย ที่โด่งดังและเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชาก็คือ อังกอร์วัด เพราะเป็นสิ่งปลูกสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในชื่อนครวัด นครธม ใครอยากชมสถาปัตยกรรมแบบขอมต้องไม่พลาดที่นี่เด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีปราสาทที่มีสถาปัตยกรรมแบบขอมมากมาย เช่น ปราสาทบายน ที่มีรูปสลักของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รอบปราสาท, ปราสาทตาพรหม ที่มีความโดดเด่นตรงที่ตัวปราสาทมีรากไม้ชอนไชอยู่ และปราสาทบันทายศรี ปราสาทหินที่สวยที่สุดในกัมพูชา

ใครอยากเที่ยวธรรมชาติของกัมพูชา ก็ไปได้เลยที่โตนเลสาบ ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว และเมืองพระสีหนุหรือกำปงโสม เมืองริมทะเลที่มีหาดทรายขาวสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ มีเกาะอยู่กลางทะเลอ่าวไทยกว่า 10 เกาะ รวมไปถึงเมืองรัตนคีรี เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับคนอยากมาเที่ยวป่าเขา ที่น่าสนใจคือบึงยักษ์ลมหรือทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ ซึ่งน้ำเป็นสีเขียวมรกตงดงามสามารถลงเล่นน้ำได้

ประเทศเวียดนาม

4. ประเทศเวียดนาม

ประเทศเวียดนาม มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นในอาเซียนที่มีวัฒนธรรมโดดเด่นไม่แพ้ประเทศอื่นๆ และเมืองน่าเที่ยวมีหลายเมือง เริ่มตั้งแต่ฮาลองเบย์ เป็นเมืองที่มีทะเลสวยงามจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก กิจกรรมที่ขาดไม่ได้คือล่องเรือในอ่าวฮาลองเพื่อสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ และลิ้มรสซีฟู้ดแสนอร่อยบนเรือ จากนั้นไปเยี่ยมชมถ้ำสวรรค์ที่มีหินงอกหินย้อยตระการตา และถ้าใครชอบที่สูง เมืองฮาลองเบย์ก็มีทั้งกระเช้าลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก กับชิงช้าสวรรค์สีแดงขนาดใหญ่ชื่อ Sun Wheel ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 250 เมตร โดยต้องขึ้นกระเช้าลอยฟ้ามาลงที่สถานี Ba Deo เพื่อขึ้นชิงช้าสวรรค์นี้ แล้วจะสามารถเห็นวิวเมืองได้ทั้งเมือง ยิ่งตอนกลางคืนยิ่งสวยงามด้วยแสงไฟ

มาต่อกันที่เมืองซาปา เมืองเล็กๆ ในหุบเขาทางตอนเหนือของเวียดนาม เหมาะกับการมาเที่ยวในหน้าหนาวเพื่อสัมผัสหิมะ หมู่บ้านในซาปาที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมมี 2 แห่ง คือ หมู่บ้านตาฟ่าน ที่มีนาข้าวขั้นบันได และหมู่บ้านกั๊ตกั๊ตที่เป็นหมู่บ้านของชาวม้งดำ ปิดท้ายด้วยเมืองฮอยอัน เป็นเมืองเก่าแก่ บ้านเรือนแบบโบราณ เป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลก ยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวเช่น  สมาคมฟุกเกี๋ยน หรือสมาคมชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุด, สะพานญี่ปุ่น, แม่น้ำทูโบน ทั้งสองฝั่งเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาก และหาดเกาได๋ ทะเลอีกแห่งของเวียดนามที่บรรยากาศเงียบสงบน่ามาพักผ่อนหย่อนใจ

ประเทศมาเลเซีย

5. ประเทศมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ของไทย ขึ้นชื่อในด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะประเพณี สถาปัตยกรรมต่างๆ รวมทั้งธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นหนึ่งในประเทศที่นักท่องเที่ยวสนใจและอยากมาสักครั้ง เริ่มต้นกันที่เมืองหลวงอย่างเมืองกัวลาลัมเปอร์ เมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าอย่างตึกแฝดปิโตรนาส และสถาปัตยกรรมหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งตะวันตก จีน แขก หรือแม้แต่วัดไทย สามารถเลือกเที่ยวได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะช็อป ชิม หรือชิลกับวิวสูงบนตึกระฟ้า และอีกเมืองที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเมืองมะละกา เมืองเล็กๆ แต่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรม แต่เดิมเป็นเมืองท่า แม่น้ำแม่มะละกาจึงเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ให้นั่งเรือเยี่ยมชมเมืองได้

ถ้าอยากเที่ยวธรรมชาติของมาเลเซีย ก็มีหลายสถานที่ เช่น อุทยานแห่งชาติกุนุงมูลูในรัฐซาราวัก ที่มีหินปูนรูปร่างแปลกตางดงามแบบธรรมชาติสรรสร้าง, ภูเขาคินาบาลู ภูเขาที่สูงที่สุดของมาเลเซีย เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติและส่องสัตว์ ซึ่งมีจุดชมวิวสองจุดคือ South Peak และ Low’s Peak Summit, เกาะสิปาดัน เหมาะสำหรับคนที่ชอบดำน้ำ เพราะเป็นเกาะเล็กๆ แต่มีจุดดำน้ำถึง 13 จุด และสวยติดอันดับ 1 ในสิบของโลกเลยทีเดียว และเกาะมาบูล เป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวจะมาพักกันเนื่องจากเกาะสิปาดันไม่มีที่พัก มีกิจกรรมให้ดำน้ำเช่นเดียวกัน แต่เป็นเกาะที่จำกัดนักท่องเที่ยวแค่วันละ 120 คน จึงเป็นเกาะที่เงียบสงบและสวยงามอุดมสมบูรณ์มาก

ประเทศสิงคโปร์

6. ประเทศสิงคโปร์

ประเทศสิงคโปร์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประเทศที่ไม่มีเมืองหลวง แต่มีความก้าวหน้าและเติบโตอย่างรวดเร็ว จนถึงกับเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเอเชีย ดังนั้นจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ และทันสมัยมากมาย แต่ก่อนอื่นต้องไม่พลาดถ่ายรูปเช็กอินกับเมอร์ไลออน รูปปั้นสิงโตพ่นน้ำที่ปากแม่น้ำสิงคโปร์ สัญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ เมอร์ไลออนหันหน้าออกไปยังอ่าวมารีน่า ใกล้ๆ กันมีตึกมารีน่า เบย์ แซนด์ ที่ด้านบนสุดเป็นสระว่ายน้ำลอยฟ้าแบบไร้ขอบสระ สามารถมองเห็นวิวรอบอ่าวมารีน่าได้โดยรอบ และแลนด์มาร์กที่น่าสนใจอีกแห่งคือ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ สวนพฤกษศาสตร์ริมอ่าวมารีน่า เต็มไปด้วยพืชนานาชนิด มีทั้ง Cloud Forest สวนลอยฟ้า Flower Dome และ Supertree Grove ที่เหมือนเป็นต้นไม้ยักษ์สุดตระการตา

ถ้าใครอยากพักผ่อนหย่อนใจริมน้ำพร้อมกับมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำ สามารถไปที่เขื่อนมารีน่า บาร์ราจ เพราะจะเล่นกีฬาทางน้ำ หรือนั่งพักผ่อนชมบรรยากาศชิลๆ ก็ได้ และสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ บนเกาะเซนโตซ่า สวนสนุกที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย แบ่งได้ถึง 7 โซน คือ Hollywood, New York, Sci-Fi City, Ancient Egypt, Lost World, Far Far Away และ Madagascar

ประเทศบรูไน

7. ประเทศบรูไน

ประเทศบรูไน มีชื่อเต็มๆ ว่า เนการา บรูไน ดา รุสซาลาม แปลว่าดินแดนแห่งความสุข ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว เป็นประเทศเล็กๆ ในอาเซียนที่มีประชากรไม่ถึง 1 ล้านคน แต่ติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่รวยที่สุดในโลก ประชากรของประเทศบรูไนเกินครึ่งนับถือศาสนาอิสลาม หนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สวยงามจึงเป็นมัสยิด คือ มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน มัสยิดอันเก่าแก่ที่มีความงดงามจนได้รับสมญานามว่า มินิ ทัชมาฮาล และถ้าใครอยากชมความงดงามของพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ห้ามพลาดพระราชวังอิสตานา นูรุล อิมาน เปิดให้เข้าชมปีละครั้งหลังเดือนรอมฎอน

ทั้งนี้บรูไนยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์โรยัลเรกกาเลีย ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของสุลต่านองค์ปัจจุบันเอาไว้ รวมทั้งเครื่องบรรณาการ และมีพระที่นั่งจำลองให้ชม นอกจากสถานที่อันสวยงามแล้ว บรูไนยังมีสวนสนุกเจรูดง ที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในฮ่องกง สามารถมาเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว จะมาเล่นเครื่องเล่นหรือมานั่งพักผ่อนหย่อนใจก็ได้ เพราะมีค่าเข้าชมเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้าต้องการเล่นเครื่องเล่นจึงค่อยจ่ายค่าตั๋ว เมื่อสนุกจุใจแล้วก็ไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินตลาดกาดง แวะชิมอาหารจากหลากหลายเชื้อชาติ เช่น อาหารมลายู จีน อินเดีย ญี่ปุ่น แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีหมูเนื่องจากเป็นประเทศที่ประชาชนนับถืออิสลามกันเป็นหลักนั่นเอง

ประเทศฟิลิปปินส์

8. ประเทศฟิลิปปินส์

ประเทศฟิลิปปินส์ หรือชื่อเต็มว่า สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีเกาะจำนวนมาก ซึ่งเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเกาะโบราเคย์ เคยได้รับเลือกเป็นเกาะที่ดีที่สุดในโลกเมื่อปี 2012 จากนิตยสาร Travel and Leisure ด้วยทะเลที่มีหาดทรายขาวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สามารถปั่นจักรยานเที่ยวรอบเกาะหรือพักผ่อนหย่อนใจตามอัธยาศัย ตอนกลางคืนจะมีปาร์ตี้ให้สังสรรค์กันอย่างสุดเหวี่ยง ช่วงไฮซีซั่นคือช่วงพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ส่วนใครชอบการดำน้ำชมปะการังต้องไปที่อุทยานธรรมชาติปะการังตุบบาตาฮา ที่ตั้งอยู่ในทะเลซูลู โดยที่นั่นมีปะการังวงแหวน และปลาหลากหลายสายพันธุ์ เหมาะแก่การมาเที่ยวในช่วงเมษายนถึงมิถุนายน แต่ถ้าเป็นสายแอดเวนเจอร์กว่านั้น อยากว่ายน้ำเล่นกับฉลามหางยาว ปลากระเบนแมนตา และฉลามหัวค้อน ก็สามารถไปดำน้ำที่เกาะมาลาปาสกัวได้เลย

นอกจากทะเลแล้ว ฟิลิปปินส์ยังมีที่เที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก เช่น ช็อกโกแล็ตฮิลล์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองหลวงอย่างมะนิลา เป็นเนินเขาทรงกรวยคว่ำที่มีประมาณพันกว่าลูก จึงเป็นวิวทิวทัศน์ที่ตระการตามาก, เมืองโบราณอินทรามูรอส ที่มีสถานที่สำคัญ เช่น ป้อมซานตีเอโก โบสถ์ซานอากุสติน เป็นต้น, พิพิธภัณฑ์รองเท้า ที่รวบรวมรองเท้าประจำชาติทั่วโลก รองเท้าบุคคลสำคัญต่างๆ และรองเท้าแบรนด์เนมชื่อดังไว้ที่นี่ และนาขั้นบันไดบานาเว ที่เป็นนาวข้าวลักษณะขั้นบันไดอันสวยงามราวกับภูเขาที่ได้รับการแกะสลัก

ประเทศอินโดนีเซีย

9. ประเทศอินโดนีเซีย

ประเทศอินโดนีเซียหรือสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เป็นประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงอินโดนีเซียแล้วหลายคนจะนึกถึงเกาะบาหลี ที่มีชายหาดสวยงามยาวกว่า 8 กิโลเมตร ทั้งยังเด่นในเรื่องศิลปวัฒนธรรมและศาสนา และยังมีกลิ่นอายของอารยธรรมที่เข้มข้น เช่น การร่ายรำของบาหลีที่อิงจากวรรณคดีของอินเดีย ช่วงที่เหมาะในการมาเที่ยวบาหลีคือช่วยเมษายนถึงกันยายน นอกจากนี้ในเกาะบาหลียังมีที่เที่ยวอย่างวิหารอูลันดานูบราตัน เป็นวัดเก่าแก่ที่มีหลังคาทรงสูงมุงด้วยฟางถึง 11 ชั้น ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบราตัน ทิวทัศน์เบื้องหลังเป็นภูเขาไฟดูสวยงามตระการตา

นอกจากวิหารอูลันดานูบราตันแล้ว อินโดนีเซียยังมีวัดสำคัญและสวยงามมากมาย เช่น วัดทานาล็อต วิหารที่อยู่บนผาหินนอกชายฝั่ง ช่วงน้ำขึ้นจะเหมือนเป็นวิหารกลางน้ำ, วัดอูลูวาตู ตั้งอยู่บนหน้าผาริมทะเล และวัดเบซากีห์ วัดอีกแห่งในบาหลี ประกอบด้วยวัดเล็กๆ เกือบ 30 แห่งตามไหล่เขา และหากใครสนใจเที่ยวภูเขาไฟก็สามารถไปที่ภูเขาไฟโบรโม่ และภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับของอินโดนีเซีย

10. ประเทศติมอร์ เลสเต

ประเทศติมอร์ เลสเตติมอร์ เลสเต อาจเป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ค่อยคุ้นหูนัก ประเทศนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ เลสเต เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เป็นหมู่เกาะ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย มีเมืองหลวงชื่อดีลี เป็นเมืองติดทะเลที่มีชายหาดทอดยาว น้ำใสสะอาด ภูมิอากาศแบบสะวันนา

ในเมืองดีลีมีโบสถ์คริสต์อยู่มากมายเพราะประชาชนส่วนใหญ่นับถือคริสต์ โบสถ์ที่มีความสำคัญคือ Motael Church หากใครอยากสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นของที่นี่สามารถเดินเล่นที่ Comoro Market ตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในติมอร์ เลสเต และ Tais Market ซึ่งเป็นตลาดขายสินค้าที่ระลึก เช่น ผ้าทอพื้นเมือง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับผ้าพันคอ และเครื่องทองเหลือง รวมถึงไม้แกะสลักต่างๆ

การท่องเที่ยวในประเทศอาเซียนส่วนใหญ่แล้วจะมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก เพราะค่าตั๋วเครื่องบินไม่แพง และค่าครองชีพก็ใกล้เคียงกับเมืองไทย ต่างกับการไปเที่ยวประเทศในแถบยุโรปที่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงทำให้ประหยัดไปได้มาก แถมยังได้สัมผัสวัฒนธรรมที่น่าสนใจได้อย่างเต็มที่ และธรรมชาติก็อุดมสมบูรณ์และสวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลยทีเดียว

Lifestyleissue
Lifestyleissue
อัปเดตบทความไลฟ์สไตล์ดีๆ มีประโยชน์ และสาระน่ารู้แบบรอบด้าน

บทความล่าสุด