Homeท่องเที่ยว5 ประเทศน่าเที่ยวในเอเชีย ต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้สักครั้ง!

5 ประเทศน่าเที่ยวในเอเชีย ต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้สักครั้ง!

ใครกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ ประเทศในแถบเอเชียก็มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจอย่างมาก ไม่ว่าจะอยากท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สัมผัสความงดงามของทะเล ภูเขา แม่น้ำลำธาร รวมไปถึงเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่อันทรงคุณค่า หรืออยากท่องเที่ยวเพื่อดูวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน ชาวกรุง สัมผัสตึกรามบ้านช่องและสิ่งปลูกสร้างทันสมัยและแปลกตา ก็สามารถเลือกได้เลยตามใจชอบ นอกจาก 10 ประเทศน่าเที่ยวในอาเซียนแถบเพื่อนบ้านที่ได้แนะนำกันไปแล้ว มาดูกันดีกว่าประเทศน่าเที่ยวในเอเชียยังมีที่ไหนอีกบ้าง

ประเทศน่าเที่ยวในเอเชีย

ประเทศอินเดีย

1. ประเทศอินเดีย

เริ่มกันที่ประเทศอินเดีย หรือสาธารณรัฐอินเดีย หนึ่งในประเทศในทวีปเอเชียใต้ที่มีวัฒนธรรมรุ่มรวยและน่าหลงใหลมากที่สุด เมืองที่น่าไปเยือนของอินเดียคือเมืองเดลี มีแบ่งโซนเป็นเดลีเก่า คือ เขตที่เต็มไปด้วยศาสนสถานสมัยโบราณ ทั้งมัสยิดและสุเหร่า อีกโซนคือเดลีใหม่ หรือนิวเดลีซึ่งเป็นเมืองหลวง และจะมีความทันสมัยมากกว่า รวมทั้งเป็นย่านการค้าของเมือง และที่ทำการของรัฐบาล สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนิวเดลีคือประตูอินเดีย และวัดดอกบัวที่มีโครงสร้างเป็นรูปดอกบัวบานล้อมรอบด้วยสระน้ำ

ส่วนเมืองอื่นๆ ของอินเดียนั้นมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป และมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น เมืองชัยปุระ ที่มีฮาวามาฮาล หรือพระราชวังแห่งสายลม เป็นสถาปัตยกรรมแบบเปอร์เซีย ออกแบบตามรูปทรงของมงกุฎพระนารายณ์ สิ่งที่โดดเด่นคือช่องหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเพื่อให้นางในวังสามารถมองออกมาข้างนอกได้โดยไม่มีใครสังเกต ไม่ไกลจากพระราชวังแห่งสายลมก็มีพระราชวังหลวงที่โดดเด่นด้านจิตรกรรมฝาผนัง ถัดออกมาแถบชานเมืองชัยปุระ มีป้อมแอมเบอร์ ป้อมปราการขนาดใหญ่บนผาสูงเหนือทะเลสาบเมาตาที่ได้รับการออกแบบโดยผสมผสานระหว่างศิลปะฮินดูและราชปุต แค่เห็นภายนอกก็งดงามตระการตา และสถานที่พลาดไม่ได้เมื่อมาอินเดียก็คือทัชมาฮาล ที่เมืองอัครา อนุสรณ์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลและศิลาแลงทั้งยังมีการประดับประดาจากเพชรพลอยอย่างวิจิตรงดงามอีกด้วย

ประเทศมองโกเลีย

2. ประเทศมองโกเลีย

เวลาวางแผนไปเที่ยวประเทศในเอเชีย มองโกเลียอาจเป็นประเทศที่ไม่ค่อยได้อยู่ในลิสต์สักเท่าไหร่ แต่เราขอแนะนำให้คิดดูใหม่ เพราะทั้งวิถีชีวิตและธรรมชาติของที่นี่มักสะกดนักท่องเที่ยวให้หลงรักได้ไม่ยาก มองโกเลียมีพรมแดนทางเหนือติดกับรัสเซีย ทางตอนใต้ติดกับจีน ส่วนภูมิอากาศมีสี่ฤดู จึงควรเช็คสภาพอากาศในช่วงที่จะเดินทางให้ดี ที่เที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจคืออุทยานแห่งชาติเทือกเขาอัลไต ประกอบด้วยยอดเขา ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ และยังมีเขตอนุรักษ์ธรรมชาติอื่นๆ เช่น กูนกาลูท อุทยานแห่งชาติกอร์ไค-เทเรลจ์ ทะเลสาบฮุฟสกุล รวมไปถึงทะเลทรายโกบี และที่​ราบ​ดอร์นอดมองโกเลีย​ ซึ่งชาวมองโกเลียมักประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ ที่พักอาศัยจึงเป็นบ้านชั่วคราวที่เรียกว่าเกอร์ ทำจากไม้หุ้มด้วยหนังสัตว์ หากใครอยากสัมผัสธรรมชาติแบบชาวท้องถิ่นก็ต้องมาพักในเกอร์ แต่ถ้าใครต้องการพักในห้องพักธรรมดา แนะนำให้เข้าพักในเมือง

โดยเมืองหลวงของมองโกเลียคือกรุงอูลานบาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคม และยังมีรถไฟที่เชื่อมโยงกับทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียที่เป็นนิยมจากนักท่องเที่ยวด้วย ที่เที่ยวในเมืองที่น่าสนใจคือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ เนื่องจากพื้นที่ในทะเลทรายโกบีมีฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาประวัติศาสตร์และธรรมชาติของมองโกเลียได้ที่นี่, อารามกันดาน วัดทางศาสนาพุทธในมองโกเลีย และจัตุรัสเจงกิสข่าน ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงอูลานบาตาร์

ไต้หวัน

3. ประเทศไต้หวัน

ไต้หวันหรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐจีน เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายคนในตอนนี้ ด้วยค่าเงินที่ใกล้เคียงกับบ้านเรามากจนเหมือนจับจ่ายใช้สอยในบ้านตนเอง ซึ่งเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมไปก็คือไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน แลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้คือตึกไทเป 101 เพราะสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์คล้ายปล้องไม้ไผ่ มีทั้งหมด 106 ชั้น สามารถขึ้นไปชมวิวได้ที่ชั้น 89 เมื่อชมวิวเสร็จแล้วก็ไปเที่ยวชมงานศิลปะและสิ่งประดิษฐ์โบราณที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์อีกแห่งที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อนเป่ยโถว ถ้ายังไม่จุใจก็สามารถไปที่ห้องสมุดสาธารณะซึ่งติด 1 ใน 25 ห้องสมุดสวยที่สุดในโลก

ตกกลางคืนก็สามารถไปเที่ยวชมที่ตลาดกลางคืนซือหลินที่มีทั้งอาหารไต้หวันและสินค้าพื้นเมืองให้ได้ช็อป หรือจะไปที่ย่านซีเหมินตง ตลาดกลางคืนที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่น มีการจัดนิทรรศการต่างๆ และสินค้าแฮนด์เมดขายมากมาย แต่ถ้าใครสนใจเที่ยวธรรมชาติในไต้หวัน ก็มีสถานที่มากมายเช่น อุทยานแห่งชาติไท่หลู่เก๋อ มีทั้งภูเขา ถ้ำ น้ำตก น้ำพุ และลำธาร, อุทยานแห่งชาติหยางหมิงชาน เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์, อุทยานแห่งชาติอาลีซาน ที่มีดอกซากุระบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งยอดเขาที่เป็นจุดชมวิวสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร และทะเลสาบสุริยันจันทราที่มีฉากหลังเป็นภูเขาอันงดงามเหมาะแก่การล่องเรือซึมซับธรรมชาติ

4. ประเทศเกาหลี

ประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมโดดเด่น ไม่ว่าจะวัฒนธรรมดั้งเดิม หรือวัฒนธรรมสมัยใหม่อย่าง KPOP ดังนั้นการเที่ยวในเมืองหลวงอย่างกรุงโซลก็จะเจอกับคาเฟ่สวยๆ น่ารักๆ มากมายให้ถ่ายรูปเช็กอินลงโซเชียล แต่มาเที่ยวทั้งที แน่นอนว่าต้องเช็กอินตามแลนด์มาร์กต่างๆ ให้ครบ ตั้งแต่พระราชวังเคียงบกกุง พระราชวังขนาดใหญ่ ถ้ามาในฤดูใบไม้ผลิก็จะพบกับซากุระที่บานสะพรั่ง สวนสาธารณะยออิโด ที่ให้เดินเล่นและแวะช็อปแวะชิลตามร้านค้าต่างๆ เพลินๆ ริมแม่น้ำฮัน เมียงดง แหล่งรวมร้านค้าต่างๆ ทั้งสายแฟชั่นและสตรีทฟู้ดให้สายช็อปปิ้งได้ช็อปอย่างหนำใจ หรือถ้าใครชอบแวะชมห้องสมุดของประเทศต่างๆ ก็ไม่ควรพลาด Starfield Library ห้องสมุดขนาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้า Starfield COEX Mall ถ้าใครเป็นแฟนคลับศิลปิน KPOP ก็มี SMTOWN Coex Artium ที่มีทั้งคาเฟ่ และแกลอรี่เอาใจแฟนคลับโดยเฉพาะ

แน่นอนว่าเกาหลีไมได้มีดีอยู่แค่กรุงโซล เมืองอื่นๆ ที่ขึ้นชื่อ เช่น ปูซาน เมื่อมาแล้วต้องไม่พลาดแวะเที่ยวที่ชายหาดฮุนแด ตลาดปลาจากัลชี สะพานควางอันแดเคียว และหมู่บ้านวัฒนธรรมกัมซอน รวมถึงเกาะเชจูที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศก็มีที่เที่ยวมากมาย ตั้งแต่อุทยานแห่งชาติภูเขาฮัลลาซานที่เหมาะกับนักปีนเขา ถ้ำลาวามานจังกุลที่มีหินงอกหินย้อยงดงาม หมู่บ้านพื้นเมืองซงอับที่บ้านแต่ละหลังมีทรงต่ำมุงหลังคาด้วยหญ้าแฝก และยอดเขาซองซาน อิลชูลบงที่ทิวทัศน์สวยงามที่สุดในฤดูใบไม้ผลิเพราะดอกคาโนลาที่บานสะพรั่งทั่วยอดเขา

ประเทศญี่ปุ่น

5. ประเทศญี่ปุ่น

ปิดท้ายด้วยประเทศในเอเชียสุดฮ็อตสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยกับประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ทั้งปี และมีเมืองน่าเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเมืองหลวงอย่างโตเกียวที่มีทั้งย่านช็อปปิ้งอย่าง ชิบุย่า ฮาราจุกุ ชินจุกุ อากิฮาบาระ หรือจะเป็นสวนสาธารณะอย่าง สวนอุเอโนะ สวนชินจุกุเกียวเอ็น รวมทั้งวัดและศาลเจ้ามากมายเช่น วัดเซนโซจิ ศาลเจ้าเมจิ เป็นต้น

ถ้าเบื่อเมืองหลวง ก็สามารถขึ้นเหนือไปที่จังหวัดฮอกไกโด รับรองว่ามีทั้งที่เที่ยว กิจกรรม และอาหารอร่อยมากมายรอต้อนรับ ยิ่งมาในหน้าหนาวก็ยิ่งสนุก เพราะมีเทศกาลหิมะซัปโปโร ที่เป็นเทศกาลหิมะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีรูปปั้นแกะสลักจากน้ำแข็งมากมายเรียงรายเต็มท้องถนนให้ตื่นตาตื่นใจ หรือจะเล่นสกีที่เมืองนิเซโกะ เมืองที่ว่ากันว่าหิมะสีขาวและเนื้อเนียนละเอียดเหมือนแป้งก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ

ถ้าใครเป็นสายกินต้องไปที่จังหวัดโอซาก้า เพราะเป็นต้นตำหรับของกินหลายอย่าง เช่น คุชิคัตสึ โอโคโนมิยากิ ทาโกะยากิ เป็นต้น อีกทั้งยังมีสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน และถ้าอยากสัมผัสทะเลสวยๆ ของญี่ปุ่น ก็ลงใต้ไปเลยที่จังหวัดโอกินาว่า เพราะมีเกาะที่สวยงามหลายแห่ง เช่น เกาะอิชิงากิ เกาะทาเคโตมิ เกาะอิริโอโมเตะ และเกาะมิยาโกะ สามารถดำน้ำชมปะการังสวยๆ หรือจะพายเรือคายัคเล่นก็ได้ และไฮไลต์เด็ดคือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอูมิ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แถมที่นี่ยังสามารถเพาะเลี้ยงฉลามวาฬไว้ในอควาเรียมได้อีกด้วย

ก่อนจะไปเที่ยวต่างประเทศอย่างในแถบเอเชียใกล้ๆ บ้านเราเอง สิ่งที่ต้องเช็กให้ดีคือสภาพภูมิอากาศในช่วงเวลาที่เรากำลังจะไป เพื่อที่จะเตรียมเสื้อผ้าได้เหมาะสม เที่ยวได้สนุกไม่มีสะดุด นอกจากนี้ควรวางแผนการเที่ยวไว้ด้วย อย่างน้อยก็ต้องรู้ว่าต้องเดินทางไปแต่ละแห่งอย่างไร ขึ้นรถอะไรตรงไหน ไม่อย่างนั้นอาจเสียเวลาไปกับการหลงทางก็ได้

Lifestyleissue
Lifestyleissue
อัปเดตบทความไลฟ์สไตล์ดีๆ มีประโยชน์ และสาระน่ารู้แบบรอบด้าน

บทความล่าสุด