Homeไอทีประเภทและรูปแบบของวิดีโอเกม (Video Game) ที่ได้รับความนิยม

ประเภทและรูปแบบของวิดีโอเกม (Video Game) ที่ได้รับความนิยม

วิดีโอเกม (Video Game) เป็นเกมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกราฟิก เสียง ตัวละคร เนื้อหา รูปแบบการเล่น ความสมจริง และไม่ใช่เพียงเท่านั้น ประเภทของวิดีโอเกมยังมีหลากหลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนบางเกมก็รวมการเล่นหลายๆ แบบเอาไว้ในเกมเดียวกัน

ประเภทวิดีโอเกม (Video Game)

1. เกมแอคชั่น (Action Game)

เกมแอ็คชั่น คือ เกมที่เราสามารถควบคุมการกระทำของตัวละครให้สู้กับอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อผ่านด่านต่างๆ ได้ เช่น ศัตรูภายในเกม สิ่งกีดขวาง กับดัก มีตั้งแต่ระดับง่ายไปถึงยาก เกมแอคชั่นบางเกมมีภาพและเนื้อหาที่ไม่เหมาะกับเด็ก อย่างเช่น Resident Evil, Assassin’s Creed และ Grand Theft Auto แต่เกมที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เช่น Mario และ Rockman เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เกมแอคชั่นมักใส่ลูกเล่นอื่นๆ มาด้วยจนอาจกลายเป็นเกมแนวใหม่ไปเลย เช่น เกมแอคชั่น-ผจญภัย

2. เกมเล่นตามบทบาท (Role-Playing Game (RPG))

เกมเล่นตามบทบาท หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าRPG เป็นเกมที่ผู้เล่นต้องรับบทบาทเป็นตัวละครในเกมที่อยู่ในโลกสมมุติ และเล่นให้บรรลุจุดประสงค์ของเนื้อเรื่องด่านต่างๆ จึงเป็นเกมที่เน้นเนื้อเรื่อง เพื่อให้ผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์และเรื่องราวในเกม RPG มีจุดเด่นคือ ตัวละครจะมีการพัฒนาระดับขั้น เช่น เลเวล อาวุธ อุปกรณ์ ตัวอย่างเกม RPG ชื่อดัง เช่น Final Fantasy, Dragon Age และ Dark Soul เป็นต้น

3. เกมแนวผจญภัย (Adverture Game)

เกมผจญภัย เป็นเกมที่ไม่มีการตอบโต้อัตโนมัติกับอุปสรรคหรือการต่อสู้ แต่ผู้เล่นต้องแก้ปริศนาเองโดยตอบโต้กับคนหรือสิ่งแวดล้อม จะมีการต่อสู้เฉพาะในมินิเกมเท่านั้น ช่วงปลายยุค 90 เกมผจญภัยได้รับความนิยมน้อยมาก แต่ในปัจจุบันก็ได้รับความสนใจจากผู้เล่นและเรียกร้องให้สร้างเกมแนวผจญภัยขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เกมแนวผจญภัยชื่อดัง เช่น Myst และ The Longest Journey

4. เกมการจำลอง (Simulation Game)

เกมการจำลอง เป็นเกมที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นได้สัมผัสสถานการณ์จำลองในเรื่องต่างๆ จึงถูกแบ่งประเภทย่อยๆ ได้อีกหลายประเภท เช่น เกมจำลองการสร้างเมืองและการจัดการ (Construction and management simulation) ที่ผู้เล่นจะได้สร้างเมือง และจัดการโครงสร้างเมือง สังคม ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เช่น SimCity

นอกจากนี้ยังมี เกมจำลองธุรกิจ (Business Simulation) และ เกมจำลองรัฐบาล (Government simulation or political game) ซึ่งเกมเหล่านี้มักต้องมีการวางแผน การจัดการที่ดี จึงมีชื่อเล่นอีกอย่างว่า เกมซีเรียส (Serious games)

5. เกมวางแผน (Strategy Game)

เกมวางแผนรบ ต่างจากเกมจำลองตรงที่มุ่งไปที่การชนะ เกมวางแผนรบนั้นมีต้นแบบจากเกมกระดาน ผู้เล่นจึงมีมุมมองแบบมุมมองพระเจ้า คอยควบคุมกองทัพทั้งหมด ตัวเกมมีระบบการเล่นทั้งแบบ เล่นทีละรอบ กับเล่นตามเวลาจริง คล้ายเกม RPG ตัวอย่างเกมวางแผนชื่อดัง เช่น Civilization, Rise of Nations, Unity of Command และ Company of Heroes เป็นต้น

6. เกมต่อสู้ (Fighting Game)

เกมต่อสู้ เป็นเกมที่ผู้เล่นต้องสู้กับตัวละครตัวอื่นๆ ส่วนมากจะแค่ตัวเดียว เกมต่อสู้ชื่อดังที่เราคงคุ้นเคยกันดีคือ Taken และ Streetfighter ซึ่งความน่าสนใจของเกมต่อสู้คือ ตัวละครแต่ละตัวจะมีความสามารถและท่าไม้ตายที่แตกต่างกันไป

7. เกมกีฬาและการแข่งขัน (Sport Game & Racing Game)

เกมกีฬาและการแข่งขัน เป็นเกมที่จำลองการเล่นกีฬาแต่ละชนิด เช่น แบดมินตัน เทนนิส ฟุตบอล รวมถึงการแข่งรถให้ผู้เล่นได้เล่น โดยต้องรู้กติกาของกีฬานั้นๆ ด้วย ส่วนใหญ่เกมประเภทนี้มีจุดเด่นคือ ตัวละครในเกมจะเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียง ลักษณะสนามและยานพาหนะก็จำลองมาจากของจริง ตัวอย่างเกม เช่น FIFA, WINNING, NBA LIVE และ Need for Speed

8. เกมดนตรี (Music Game)

เกมดนตรี คือ เกมที่ผู้เล่นต้องกดปุ่มให้ตรงจังหวะโน้ตเพื่อที่จะเกิดเสียงเพลงที่ถูกต้อง แล้วจึงผ่านด่านต่างๆ ได้ บางครั้งก็มีอุปกรณ์เสริม เช่น กีตาร์ คีย์บอร์ด แผ่นเกมเต้น เป็นต้น ตัวอย่างเกมดนตรียอดนิยม ได้แก่ Guitar Hero, Karaoke Revolution และ Rock Band

วงการเกมยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆ เช่น เครื่องเล่น VR ที่ทำให้ผู้เล่นสามารถสัมผัสประสบการณ์เหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของเกมจริงๆ ดังนั้นในอนาคตอาจมีเกมประเภทใหม่ๆ นอกเหนือจากนี้เกิดขึ้นอีกก็ได้

บทความแนะนำ ...

Lifestyleissue
Lifestyleissue
อัปเดตบทความไลฟ์สไตล์ดีๆ มีประโยชน์ และสาระน่ารู้แบบรอบด้าน

บทความล่าสุด