HomeความงามCoolsculpting (Zeltiq)...เทคโนโลยีสลายไขมันใต้ผิวหนังด้วยความเย็น

Coolsculpting (Zeltiq)…เทคโนโลยีสลายไขมันใต้ผิวหนังด้วยความเย็น

ไม่ว่าใครก็อยากมีหุ่นดี กระชับ ฟิตแอนด์เฟิร์ม เพื่อที่จะได้ใส่ชุดสวยๆ ได้อย่างดูดีและมั่นใจ แต่บางครั้งการออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักก็ไม่เพียงพอ เพราะไขมันที่สะสมบางจุดของร่างกายนั้นสลายไปได้ยากมาก หลายคนจึงเลือกแก้ปัญหาด้วยการดูดไขมัน ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ในการสลายไขมันโดยไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด นั่นก็คือ Coolsculpting (Zeltiq)

Coolsculpting คืออะไร? 

Coolsculpting (Zeltiq) คือ เทคโนโลยีที่ใช้ความเย็นในการฆ่าเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังเฉพาะที่ด้วยกระบวนการไครโอไลโปไลซิส (Cryolipolysis) เป็นการส่งคลื่นความเย็นในอุณหภูมิ -11 ถึง -13 ลงสู่ชั้นใต้ผิว ทำให้เซลล์ไขมันแข็งตัวและตาย จากนั้นระบบน้ำเหลืองจะกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายออกจากร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ

การทำ Coolsculpting ไม่ส่งผลต่อเซลล์เนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ทั้งผิวหนัง เส้นเลือด เส้นประสาท ไม่ทำให้เกิดรอยแผล และไม่ต้องพักฟื้น ทั้งยังเป็นการกำจัดไขมันในร่างกายที่เห็นผลและมีประสิทธิภาพที่สุด จึงดีกว่าการดูดไขมันที่มีการใช้เข็มและทิ้งรอยแผลเอาไว้นั่นเอง

โดยปกติแล้ว เซลล์ไขมันในร่างกายจะไม่ลดจำนวนลงเพียงแต่มีขนาดเล็กลงเท่านั้น หากไม่ควบคุมน้ำหนักก็จะทำให้เซลล์ไขมันขยายใหญ่ขึ้น การกำจัดไขมันด้วย Coolsculpting จึงเป็นการลดจำนวนเซลล์ไขมันให้หายไปและไม่ถูกสร้างขึ้นใหม่ เซลล์ไขมันที่เหลือจะมีการจัดเรียงเซลล์ใหม่ให้เป็นระเบียบจึงทำให้ชั้นไขมันมีความบางลง

ขั้นตอนการทำ Coolsculpting แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินบริเวณที่ต้องติดตัวเครื่องมือกับผิวหนังด้วยระบบสุญญากาศ ซึ่งในระยะประมาณ 5 นาทีแรก ผู้ทำจะรู้สึกว่าผิวบริเวณดังกล่าวถูกดูดและเริ่มรู้สึกเย็น จากนั้นเครื่องจะส่งคลื่นความเย็นที่ส่งผลต่อเซลล์ไขมันเท่านั้น โดยใช้เวลาในการทำทั้งหมดประมาณ 35 นาที ระหว่างทำจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเพราะไม่ใช่การผ่าตัดและไม่จำเป็นต้องฉีดยาชา

Coolsculpting รักษาอะไรได้บ้าง?  

Coolsculpting จะช่วยลดไขมันใต้ผิวหนังเฉพาะจุด โดยเฉพาะไขมันส่วนเกิดในจุดที่ลดได้ยากแม้ออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร เช่น ต้นแขน ต้นขา แผ่นหลัง หน้าท้อง เอว รวมถึงผู้ชายที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าอก

การดูแลหลังทำ Coolsculpting

  • ดื่มน้ำเปล่าให้ครบ 8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน
  • หลังการรักษาประมาณ 1 สัปดาห์ อาจมีอาการคันบริเวณที่ทำ Coolsculpting สามารถใช้ประคบเย็น หรือใส่สเตย์ (ชุดรัดรูป) เพื่อบรรเทาอาการได้
  • ทาครีมให้ความชุ่มชื้นกับผิว เพื่อไม่ให้ผิวแห้งและตึง
  • ไม่ควรขัดถู สครับ และทำทรีทเมนต์บริเวณที่ทำการรักษา
  • หลังการรักษา 1 เดือน ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Coolsculpting

1. ผลลัพธ์

การทำ Coolsculpting ลดไขมันได้ประมาณ 20-30% ต่อการทำ 1 ครั้ง โดยเซลล์จะเริ่มตาย 2-3 วันหลังการรักษา สามารถเห็นผลได้ใน 3-6 สัปดาห์ แต่กระบวนการกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกจากร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน

2. จำนวนครั้ง และระยะห่างแต่ละครั้ง

ทำ Coolsculpting 1-2 ครั้งก็เพียงพอถ้ามีการดูแลร่างกายโดยออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักสม่ำเสมอ และระยะห่างในการทำต้องห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์

3. ผลข้างเคียง

  • ระหว่างรักษาอาจเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหงื่อออก และเป็นลม ต้องแจ้งแพทย์ทันที
  • อาจมีอาการปวด บวม ชา ผิวมีสีแดงช้ำ ในบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งสามารถหายได้ภายใน 2-3 สัปดาห์
  • อาจเกิดก้อนแข็งใต้ผิวหนังบริเวณที่ทำ Coolsculpting ซึ่งสามารถหายไปได้เองตามธรรมชาติภายใน 3-6 เดือน
  • อาจทำให้สีผิวบริเวณที่รักษาเข้มขึ้น
  • หลังจากการทำ Coolsculpting ได้ 5 เดือน ถ้ามีอาการผิดปกติเช่น มีการเพิ่มขึ้นของไขมันใต้ผิวหนังให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที

4. ผู้ที่ไม่ควรทำ Coolsculpting

  • ผู้ที่เพิ่งทำการผ่าตัดใน 8 เดือนที่ผ่านมา
  • ผู้ที่มีความผิดปกติในระบบเลือดและหลอดเลือด เช่น Cryoglobulinemia หรือ Paroxysmal Cold Hemoglobinuria (PCH)
  • ผู้ที่แพ้ความเย็น หรือมีความไวต่อความหนาวเย็น เช่น ลมพิษ
  • ผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท
  • ผู้ที่มีแผลเปิด แผลติดเชื้อ มีโรคผิวหนังหรือผื่นคัน หรือผิวบริเวณดังกล่าวบกพร่องในการรับความรู้สึก
  • ผู้ที่มีภาวะไส้เลื่อน
  • ผู้ที่ติดอุปกรณ์ เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจและเครื่องช็อกไฟฟ้า
  • สตรีมีครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีรูปร่างผอมมาก

Coolsculpting (Zeltiq) เป็นทางลัดที่รวดเร็วสำหรับผู้ที่อยากมีหุ่นดี แต่งตัวสวย มั่นใจ เพราะช่วยลดไขมันส่วนเกินโดยเฉพาะไขมันเฉพาะจุดที่ลดยากไปได้อย่างปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด ไม่ต้องการใช้เข็ม ไม่ทิ้งรอยแผล ต่างกับการดูดไขมันที่อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้

Lifestyleissue
Lifestyleissue
อัปเดตบทความไลฟ์สไตล์ดีๆ มีประโยชน์ และสาระน่ารู้แบบรอบด้าน

บทความล่าสุด